43380922_2095599940452462_7292806974859640832_o

“ฝังเข็ม” ทางเลือกรักษา “ออฟฟิศ ซินโดรม”

บีบี คลินิก แนะนำ “ฝังเข็ม” ทางเลือกรักษา “ออฟฟิศ ซินโดรม”

 

ทราบหรือไม่ว่า…การนั่งทำงานในออฟฟิศ หรือห้องแอร์เย็นๆ ก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายได้เหมือนกัน มนุษย์ออฟฟิศที่ทุ่มเทแรงกายในการทำงาน จนเริ่มมีอาการปวดตามหลัง ไหล่ คอ ลามไปถึง อาการปวดศีรษะ ปวดตา อาการเหล่านี้อาจเป็นอาการของโรค “ออฟฟิศซินโดรม” ซึ่งถ้าไม่บำบัดรักษา หรือป้องกันตั้งแต่ต้น ก็อาจกลายเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพในภายหลังได้

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a5

บอสสาวคนเก่งแห่ง บีบี คลินิก “สินีนารถ เองตระกูล” เผยว่า “อาการออฟฟิศซินโดรม เป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ หากปล่อยไว้โดยไม่บำบัด หรือไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายตามมา ทางบีบี คลินิก ได้เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพภายในควบคู่กับความสวยภายนอก จึงขยายการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด โดยการฝังเข็ม ซึ่งเป็นศาสตร์การรักษาโรคของจีนที่มีประวัติการค้นคว้าและแพร่หลายมายาวนาน เป็นวิธีการรักษาโรค ฟื้นฟูสุขภาพ สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ช่วยปรับสมดุลร่างกายให้อวัยวะและระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะด้านการระงับอาการเจ็บปวด จึงได้ถูกนำไปใช้ในการรักษาโรคปวดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ตอนนี้ เราได้เปิดตัวศูนย์การแพทย์ทางเลือกด้วยการฝังเข็ม โดยแพทย์แผนจีนที่รักษาโดยการใช้ศาสตร์การปรับสมดุล หยินหยาง เพื่อฟื้นฟูอวัยวะที่บกพร่อง ต้นเหตุของการเกิดโรคต่างๆ บีบี คลินิกเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง เป็นคลินิกศัลยกรรมความงามครบวงจร ฝังเข็มและแพทย์ทางเลือกที่ได้รับการรับรองจาก JCI (Joint Commission International) มาตรฐานการรักษาระดับสากลจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้ป่วยและผู้ใช้บริการได้รับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพทัดเทียมกับสถานพยาบาลในประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกาและมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงสุด”

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2

แพทย์จีนธีรธัชช์ ธนะมั่นคงพร้อม แนะนำว่า “การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน หรือการอยู่ในท่าเดิมนานๆ ติดกัน 1-2 ชั่วโมงขึ้นไปนั้น ทำให้เกิดการใช้งานที่มากเกินไปของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ บ่า ไหล่ หลัง และอาจจะเกิดที่บริเวณอื่นๆ ของร่างกายร่วมด้วย โดยที่บริเวณที่ใช้งานมากเกินไปนั้น จะมีอาการ ตึง ยึด ปวด ชา ซึ่งในบริเวณที่มีอาการนี้มักจะเกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อขึ้นบริเวณนั้น และทำให้เกิดจุดกดเจ็บขึ้น จนกลายเป็นอาการฮิต “ออฟฟิศ ซินโดรม” (Office Syndrome) ผู้เจ็บป่วยสามารถ 1. ยืดกล้ามเนื้อด้วยตัวเอง ด้วยการออกกำลังกาย เล่นโยคะ ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ซึ่งจะได้ผลดีหากทำ

 

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%a1

ต่อเนื่องเป็นประจำ 2. การนวด หรือ กดจุด บริเวณกล้ามเนื้อที่ปวด สามารถช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว ลดอาการปวดเมื่อย ควรทำโดยแพทย์แผนไทย หรือแผนโบราณที่เชี่ยวชาญ ต้องระวังการกดบางตำแหน่งที่อันตรายเช่น บริเวณคอที่มีหลอดเลือดแดงใหญ่ หรือการเปิดประตูลม โดยการกดทับหลอดเลือดเป็นเวลานานเกินไป และ 3. หากอาการรุนแรงถึงขั้นขยับร่างกายลำบาก อาจต้องใช้เวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือการฝังเข็มรักษาอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ ซึ่งเป็นวิธีรักษาที่เห็นผลดี เนื่องจากอาการปวดที่เกิดขึ้นมาจากการอยู่ท่าเดิมเป็นเวลานาน ทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก การฝังเข็มนอกจากจะช่วยกระตุ้นบริเวณที่เป็น ให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้นแล้ว ยังช่วยบำรุงให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ทำให้ลดอาการตึง ปวด สลายเลือดที่คั่ง หรือ ขับสารพิษสะสมในร่างกายจากมลภาวะต่างๆ ที่เจอในชีวิตประจำวัน ให้รู้สึกโล่งสบายขึ้นได้ นอกจากนี้ยังเป็นการรักษาที่ปลอดภัย ไม่เสี่ยงผลข้างเคียงจากการใช้ยาแก้ปวดเป็นเวลานานอีกด้วย

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%a1

ซึ่งปัจจุบันศาสตร์การรักษาด้วยวิธีนี้ ได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก ว่าสามารถรักษาโรคต่างๆได้ ทั้งโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ภูมิแพ้ อัมพฤกษ์ อัมพาต นอนไม่หลับ ไมเกรน อาการปวดประจำเดือน รวมไปถึงด้านความงาม ทั้งรักษาสิว ฝ้า ลดเลือนริ้วรอยต่างๆ โดยรักษาร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบันได้อีกด้วย ทั้งนี้ ผู้ป่วยหรือผู้ที่สนใจควรเลือกทำการรักษาที่สถานพยาบาลที่ผ่านมาตรฐาน JCI ซึ่งผู้รับบริการจะสามารถตรวจสอบและเช็คประวัติแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ได้ อีกทั้งมั่นใจได้ว่ามีระบบป้องกันการติดเชื้อที่ได้มาตรฐานสากล ระบบการรองรับภาวะฉุกเฉิน ระบบโครงสร้างความปลอดภัยทางกายภาพที่ถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการดูแลรักษาตั้งแต่ผู้ป่วยเข้ามาในโรงพยาบาล จนกระทั่งสิ้นสุดการรักษา โดยคำนึงถึงสิทธิผู้ป่วย การให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคและอาการที่เป็น รวมถึงการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเพื่อให้กระบวนการดูแลรักษาเกิดผลลัพธ์สูงสุดต่อผู้ป่วยอีกด้วย”

 

          ผู้ที่สนใจรับบริการสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บีบี คลินิก สาขาสุขุมวิท 11 หรือ บีบี คลินิกทุกสาขา หรือคลิก http://bbbeautycenter.com, www.facebook.com/BBClinicOfficial และอินสตาแกรม : bbclinic

0